พี่คะหนูอยากเรียนอาร์ต
posted on 04 May 2009 13:48 by nechu in murmurหมายเหตุ:
๐. เรื่องนี้เกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย "บ้าง" แต่ว่ายาวโคตรๆ เพราะอยากเขียนให้จบไปเลย
๑. จขบ. ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ : ) แค่เคยผ่านมาแล้ว อยากแชร์ประสบการณ์เฉยๆ
๒. อย่าถาม จขบ. ว่าเรียนที่ไหนดี เพราะว่าเรียนอยู่ที่เดียว ฮ่าๆ
: ) ฮา มันไม่ได้มีแค่นั้นจริงๆ นะ
เราว่า คนที่เรียนแนวๆ นี้: วิจิตรศิลป์ นิเทศศิลป์ โปรดักส์ จิวเวลรี่ แฟชั่น ฯลฯ
น่าจะเคยเจอน้องมาถามมั่งแหละ ว่าเป็นยังไงเหรอ เรียนยังไงเหรอ จบแล้วทำอะไรได้บ้าง บลาๆๆ
เราก็เคย (คาดว่าเป็นเด็กที่หลงผิดมา 5555) เอาเป็นว่าวันนี้จะพยายามพูดรวมๆ แล้วกันนะคะ
เพราะตอนนี้ก็ไม่มีรุ่นน้องที่รู้จักจะไปสอบ? เปล่าวะ ไม่ได้ถามเลย (เป็นพี่ที่ประเสริฐ...) เผื่อว่าใครสนใจจะได้ลองไปเป็นแนวทางได้บ้างค่ะ : )
๐.
จริงๆ สาขาด้านศิลปะ บ้านเรามีเยอะเหมือนกันนะ ถึงจะไม่เฉพาะเจาะจงมากก็เถอะ
จริงๆ มีหลายคนที่สงสัย ว่าเรียนไปแล้วต้องทำอะไรบ้าง
จริงๆ บ้านเรา เด็กๆ ที่ชอบวาดรูป ชอบการ์ตูน ก็เยอะเหมือนกัน
จริงๆ เด็กวัยรุ่นบางส่วนอยากจะเท่ อยากจะแนว
จริงๆ มีเด็กหลายคนคิดว่า โธ่ เรียนด้านนี้สบายจะตาย มาลองแลกเรียนคณะ ๐๐๐ มั้ย?
เดี๋ยวนี้มันเลยเหมือนจะเป็นกระแส?
เคยเจอกับตัว อยากเรียนนิเทศศิลป์ เพราะมันเท่มากค่ะพี่ ถือกระดาน นั่งชิลล์ แต่งตัวอาร์ตได้ ดูแนว เรียนสบาย วันๆ เอาแต่วาดรูป เจ๋งจะตาย
(เฮ่ย...เอาจริงดิ =____='')
คือ, มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอก ทุกๆ อย่างน่ะแหละ
เรียนสายนี้ มันก็เหนื่อยพอๆ กับที่เรียนสายอื่น แต่อาจจะต่างกันหน่อย
น้องอาจจะต้องเหนื่อยที่ต้องรีบคิดงาน 4-5 ชิ้นให้เสร็จภายในพรุ่งนี้ ขณะที่คนอื่นหาข้อมูลทำรายงานพรีเซ้นต์
น้องอาจจะต้องโต้รุ่งสองสามวันเพื่อทำไฟนอลโปรเจ็กต์ให้เสร็จ ขณะที่คนอื่นต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบไฟนอล
มันเหนื่อยพอๆ กันน่ะแหละ แค่เหนื่อยคนละแบบ
ไม่มีอะไรที่ไม่เหนื่อย หรอกนะ :D
ลองถามตัวเองก่อนดีกว่า ว่าชอบจริงรึเปล่า อยากเรียนจริงรึเปล่า
ชอบวาดรูป คณะไหนก็วาดรูปได้ : ) จริงๆ นะ เพื่อนๆ เราหลายคนที่วาดรูปเก่งมากกกกกก ก็ไม่ได้เรียนทางนี้
ลองคิดดูก่อนว่าเราชอบงานด้านนี้จริงมั้ย เพราะมันไม่ได้มีแต่วาดรูปจริงๆ
และเรียนศิลปะ มันก็ไม่ได้มีแต่วาดรูปอย่างเดียวซะด้วย
อาจจะลองไปดู Thesis ของพี่ๆ ที่จบ หรือไปดูตาม Open House ของมหา'ลัยต่างๆ
เคยสนใจงานอนิเมชันรึเปล่า? เคยหยุดดูโปสเตอร์แปลกๆ รึเปล่า? เคยสนใจแฟชั่นบนรันเวย์รึเปล่า?
เราเคยอยากเรียนออกแบบภายในค่ะ แต่พอไปดูงานพวกทีสีสหรือดูพวกงานที่รุ่นพี่ทำ ถึงได้เบนมาเรียนนิเทศศิลป์แทน
ลองไปดูอะไรมาเยอะๆ เราอาจจะเจออะไรที่ชอบจริงๆ ก็ได้ ; )
๑.
อยากจะเข้าสายนี้ต้องตามข่าวสารให้เยอะ
มหาวิทยาลัยไหนเปิดคณะอะไรบ้าง หลักสูตรสอนอะไร มีที่ไหนรับสอบตรง ต้องเตรียมตัวยังไง ฯลฯ
เพราะส่วนใหญ่มันจะเปิดไม่พร้อมกัน หรือถ้าใช้เป็นแบบ admission ก็อาจจะใช้วิชาสอบคนละตัวกัน (อย่างนฤมิตฯ จุฬา กับนิเทศฯ ลาดกระบัง ก็ใช้ความถนัดทางวิชาชีพคนละตัวกันนะ)
แถมหลายๆ คณะก็ไม่ได้เรียกชื่อคณะเหมือนกันซะด้วย อย่างออกแบบสื่อสารของ มศว ก็คือนิเทศศิลป์เหมือนกัน แต่เรียกคนละอย่าง ก็ต้องดูให้ดีๆ
อีกอย่างที่น่าจะไปดูคือมหาวิทยาลัยเอกชน เดี๋ยวนี้เราว่าเอกชนสอนหลักสูตรค่อนข้างเจาะจงกว่าของรัฐด้วย เช่น 2D Painting ของม.รังสิต หรืออนิเมชันของม.กรุงเทพ ซึ่งบางคนอาจจะชอบแบบนี้มากกว่า ยังไงก็ต้องเช็คให้ดีๆ ด้วย : )
ไม่รู้ว่าจะหาจากไหน ถ้ามีรุ่นพี่ที่เรียน ลองถามเค้าดูก็ได้ พี่ๆ ไม่กัดหรอก (เว้นแต่จะไปกวนบาทาพี่เค้าซะก่อน) ใครๆ ก็ตื่นเต้นแหละถ้ามีคนอยากเรียนเหมือนตัวเอง ฮ่าๆ
ในเอ็กทีนก็มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เยอะเหมือนกันนะ ยังไงลองหาดูก็ได้ : )
ส่วนตัวเราว่าดูหลักสูตร หรือลองถามรุ่นพี่ที่เรียนเป็นสิ่งที่จำเป็นนะ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัย ก็มี "บุคลิก" ที่ต่างกันไป (ด้วยหลักสูตรที่สอน) เราอาจจะชอบที่นี่มากกว่าอีกที่นึงก็ได้
ที่สำคัญ, ถ้าสอบหลายๆ ที่ ทำตารางสอบแปะติดฝาบ้านไปเลยค่ะ สมัยเราทำเป็นตาราง 3 เดือน เตือนไว้ว่ากูต้องสอบแล้วเว้ยยยยย =[]=!!!
อีกอย่างคือจะได้จำได้ว่า เราต้องทำอะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวให้พร้อมวันไหน อะไรแบบนี้ จะได้ไม่ลืมของไปสอบ ลืมนี่หายนะเลยนะจะบอกให้
๒.
ติวตอนโค้งสุดท้ายช้าไปมั้ย?
เอาเป็นว่า คนเราเรียนรู้ช้าเร็วไม่เท่ากัน บางคนที่ถนัดหน่อยก็จะไปเร็วขึ้นอีกนิดนึง
รุ่นน้อง ที่จริงๆแล้วเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน อุ๊บส์ ที่เคยไปปู้ยี่ปู้ยำ (กร๊ากก อย่าฆ่ากูนะ) ก็มาช่วยๆ กันติวประมาณสี่ห้าเดือนก่อนสอบตรงนี่แหละ ปัจจุบันก็เป็นรุ่นน้องเราไปเรียบร้อยแล้ว : )
แต่ไม่ได้บอกว่าให้ชะล่าใจหรืออะไรนะ แต่จะบอกว่า มันอยู่ที่ความพยายามล้วนๆ พื้นฐานทั้งหมดมันมาจากความพยายามและประสบการณ์
เพราะถ้าหนูชิลล์เอาท์ทั้งวัน ไม่เคยหัดดรอวอิ้ง ไม่เคยเอาโจทย์มานั่งทำ ไม่เคยนั่งจับเวลา ไม่เคยอ่านทฤษฎี
แล้วพออีกเดือนนึงจะสอบแล้ว คิดว่ามันจะติดรึเปล่า? เป็นไปได้ยาก (โคตร) นะ
ไปเรียนตามที่รับติว หรือไปเรียนกับรุ่นพี่ ก็แล้วแต่ตัวเองนะ
มันมีข้อดีในตัวเอง ถ้าตามสถาบันเราก็จะได้เรียนเป็นหลักสูตร ครูที่สอนเค้าก็จะมีประสบการณ์เยอะ ให้คำแนะนำได้ดี
เรียนกับรุ่นพี่อาจจะผ่อนคลายกว่าหน่อย ถูกด้วย เป็นกันเองมากขึ้น (อาจจะดุได้หยาบคายกว่า 5555) ถ้าเรียนตัวต่อตัวอาจจะได้พวกคำแนะนำมากกว่า อะไรแบบนี้
แต่ถ้าไม่ได้ไปก็ใช่ว่าจะสอบไม่ติดนะ (และใช่ว่าไปติวแล้วจะสอบติด) เดี๋ยวนี้หนังสือแนะแนวพวกนี้มีค่อนข้างเยอะ ลองไปหามาอ่านและทำตามดูก็ไม่เลวเหมือนกัน
จัดตารางเรียนไว้เป็นนิสัยก็ดี รวมๆ ไปกับตารางสอบน่ะแหละ จะได้เตรียมตัวถูก
อีกอย่างคือ เอาไว้เตือนตัวเอง ว่าเราต้องทำนี่นะ แปะไว้ตรงที่ที่ต้องเห็นบ่อยๆ หน้าคอมไรงี้ หรือประตูห้องนอน
อ้อ, เวลาฝึกลองจับเวลาไว้หน่อยก็ดีนะ ปกติเวลาไปสอบจะใช้เวลาราวๆ สองถึงสามชั่วโมง รวมสีแห้งแล้ว ทำสวยแต่ไม่เสร็จไม่มีประโยชน์นะจ้ะ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าไม่รับผิดชอบ ต่อให้เรียนเยอะแค่ไหน ซื้อหนังสือมากแค่ไหน ก็ไม่ช่วยเหมือนกัน : )
อีกเรื่องคือ Portfolio ซึ่งบางที่อาจจะต้องใช้ (เช่นสอบตรงของ มศว: คิดเป็น 30% ของคะแนนทั้งหมด, หรืออาจจะใช้ประกอบการสัมภาษณ์)
เราไม่ค่อยแน่ใจว่าคนอื่นจัดกันแบบไหน แต่ของเราทำแบบนี้
ผลงานที่เกี่ยวข้องนี่ก็เช่น สมมติว่าน้องจะเข้านิเทศศิลป์ มีพวกงานโปสเตอร์ที่ฝึกก็ได้ หรือออกแบบปกซีดี ทำเว็บ จัดเลยเอาท์หนังสือ ฯลฯ
เอาเป็นว่าเคยฝึกหรือติวนิเทศศิลป์อะไรมา เอางานเจ๋งๆ ซัก 6-8 ชิ้น (อย่างต่ำ) โชว์เลย เพราะเค้าจะไว้ใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
ส่วนงานอื่นๆ เช่นดรอวอิ้ง ใส่ไปก็ดี : )
ที่เน้นมากๆ คือ พอร์ตต้องเข้าใจง่าย และเรียบง่ายเข้าไว้เป็นดี (+คะแนนเพิ่มถ้ามี Theme ของพอร์ตนิดหน่อย)
ได้ข่าวมาว่า เคยมีคนทำไฟวิ่ง กับติดขนเฟอร์ไว้หน้าพอร์ต...มันเก็บลำบาก และไม่ช่วยอะไรนะคะ ;;
๓.
ไปสอบอย่าลืม
ต้องเอาอะไรไปบ้าง บัตรประชาชน บัตรนักเรียน ใบสอบ อุปกรณ์มีอะไรเตรียมไว้ก่อนเลยตอนคืนก่อนสอบ
ไม่ใช่ตอนเช้ามาจัด (เหมือนจขบ.) มันจะลืมเอาได้ง่ายๆ พอไปสอบขาดเหลืออะไรช่วยไม่ได้นะ
ลืมเล็กๆ น้อยๆ ยังแอบอายเลย สอบ มศว ลืมไม้บรรทัดไป ต้องสะกิดขอยืมคนข้างหน้า อับอายเป็นที่สุด TvT
ยิ่งพวกใบที่ชำระเงินการสอบ หรือบัตรประชาชน/บัตรนักเรียน อะไรก็ตามที่ระบุว่า "ต้อง" เอาไป ยังไงก็ห้ามลืม
คือจำได้ว่ามันก็สอบได้แหละ แต่ต้องไปทำเรื่องอีก ซึ่งยุ่งยากมาก และทำให้เราเสียเวลาทำข้อสอบไปเลย
อีกอย่าง ชุดที่ใส่ ใส่ชุดนักเรียนนะคะ ไม่ใช่ใส่พละไป ไปว่าคนคุมสอบไม่ได้นะ =A= (ปกติแล้วเค้าไม่ให้เข้าสอบด้วยซ้ำนะเออ)
๔.
ผ่านข้อเขียน!! แต่เดี๋ยวก็เจอสัมภาษณ์
บางมหาวิทยาลัยค่อนข้างจะจริงจังกับการสอบสัมภาษณ์เหมือนกัน มันเหมือนเป็นการดูพวก EQ ของเรา ว่าจะปรับตัวได้มั้ย เรียนไหวมั้ย หรือสนใจด้านนี้จริงมั้ย อะไรแบบนั้น
แต่บางที่ (หรือบางรุ่น) ก็จะเจอคำถามชวนหัวมากกกก
เช่นรุ่นเรา เพื่อนเราชอบเรน อาจารย์ที่สัมภาษณ์ก็ให้ร้องเพลงของเรน อะไรแบบนี้ (5555)
หรืออย่างเราเอง ก็โดนอาจารย์อำว่า "ออกแบบสื่อสารน่ะมันคือการออกแบบมือถือ"
(เรา: ห๊ะ...............=A=''')
ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอย่างนี้หมดนะ :P คือจริงจังมันก็มี แล้วแต่ดวงมากกว่างานนี้
เอาเป็นว่า, สอบสัมภาษณ์ อย่าเครียด และอย่าประสาทเสีย มันไม่ได้ยากขนาดนั้น ยิ่งเกร็งจะยิ่งทำเสียเรื่องเปล่าๆ บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้น่อ
๕.
หลังจากนี้ไป ก็ขึ้นอยู่กับตัวน้องเองแล้วล่ะ
มหา'ลัยแล้ว ไม่มีใครมาคอยเตือนบ่อยๆ แล้ว ต้องจัดการกับตัวเองให้ดี
เท่าที่พอจะช่วยน้องๆ ที่อยากจะเข้าได้ ก็มีเท่านี้แหละค่ะ
อีกซักสองสามเดือนต่อจากนี้ ก็จะเข้าสู่ช่วงสอบตรง+admission แล้วด้วย
น้องคนไหนที่อยากเรียนสายนี้จริงๆ พยายามเข้านะ : ) ขอให้สอบได้ทุกคนเลยจ้ะ
ลิงค์ที่น่าจะมีประโยชน์ (เท่าที่หาได้น่ะค่ะ ^^; ใครมีอีกบอกได้นะคะ)
- นิเทศศิลป์ ออกแบบสื่อสาร นฤมิตศิลป์และสาขาการออกแบบ
- คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
- เว็บสมัครสอบตรงม.ศิลปากร
- เว็บสมัครสอบตรง มศว
- เรียนนิเทศศิลป์อย่างคนมีกึ๋น (ของคุณPiNPiN)
- เรียนออกแบบสื่อสารอย่างคนมีกึ๋น (ของ -JpNc-)
- คอมพิวเตอร์อาร์ต ม.รังสิต
- ออกแบบนิเทศศิลป์ ม.กรุงเทพ
- หลักสูตรคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- หลักสูตรภาควิชานฤมิตศิลป์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- เรียนมัณฑนศิลป์อย่างคนมีกึ๋น
- เรียน Fine Art อย่างคนมีกึ๋น (ของคุณ zpolice)
- U-Study เรียนอย่างคนมีกึ๋น: คณะศิลปกรรมศาสตร์
)
#1 By mr. tan-guy on 2009-05-04 15:44